class="ie9 loading-site no-js"> ฉีดเมโสหน้าใสกับผลข้างเคียงที่คุณต้องรู้ไว้ !

ฉีดเมโสหน้าใส ผลข้างเคียงที่คุณต้องรู้ไว้ !

เมโสแฟต เมโสหน้าใส meso

เมโสหน้าใสคืออะไร ดีจริงไหม ทำไมสาว หลายคนชอบ

หากพูดถึงการเสริมความสวยความงามให้แก่ใบหน้าด้วยเทคนิคต่างๆในปัจจุบันที่คุ้นกันดีก็น่าจะไม่พ้นเรื่องการฉีดโบท็อกการฉีดฟิลเลอร์หรือการร้อยไหมอย่างแน่นอนนับเป็นนวัตกรรมความงามที่ตอบโจทย์กับปัญหาความหย่อนคล้อยเหี่ยวย่นและมีริ้วรอยของทั้งหญิงและชายได้อย่างดีอย่างไรก็ตามเทคนิคทั้งหมดนี้เราต่างรู้ดีว่าเน้นไปที่เรื่องของความกระชับของใบหน้าแต่ความเป็นจริงปัญหาความสวยงามของผิวหน้าไม่ได้มีแค่นี้เพราะยังมีปัญหาสำคัญอย่างความหมองคล้ำไม่กระจ่างใสของผิวอีกหนึ่งเรื่องที่ใหญ่ไม่แพ้กันจึงเป็นที่มาของนวัตกรรมการทำเมโสหน้าใสนั่นเอง

เมโส คืออะไร ?

Meso จริงๆแล้วก็คือวิธีการฉีดผิวอย่างหนึ่งซึ่งปัจจุบันจะทำได้ 2 วิธีการได้แก่ใช้เข็มจิ้มๆหรือสะกิดให้ทั่วใบหน้าและการฉีดไปยังจุดไหลเวียนเลือดแล้วเมโสฉีดอะไรสะกิดเข็มเอาอะไรเข้าไป? คำตอบคือการฉีดเมโสหน้าใสเป็นการช่วยผลักให้มัลติวิตามินต่างๆลงสู่ผิวชั้นกลางซึ่งโดยปกติแล้วมัลติวิตามินเหล่านี้จะอยู่ในครีมและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆอยู่แล้วแต่มันไม่สามารถซึมซาบลงสู่ชั้นผิวได้ดีพอจึงไม่ค่อยเห็นผลหรือต้องใช้เวลานานกว่าผิวจะดีได้เหมือนกับที่โฆษณาต่างกับการทำmeso หน้าใสที่วิตามินต่างๆเทรกซึมได้โดยตรงเพราะผิวหนังถูกเปิดหรือฉีดเข้าไปยังจุดเลือดไหลเวียนโดยตรง

เมโสดีจริงไหม อย่างไร ?

อย่างที่บอกว่าการทำเมโสคือการช่วยผลักมัลติวิตามินต่างๆลงสู่ผิวได้โดยตรงและทันทีและเป็นวิธีการเน้นแก้ปัญหาผิวหน้าซึ่งการเมโสสามารถเลือกความต้องการในผลลัพธ์ได้ 3 แบบคือเมโสหน้าขาวเมโสหน้าใสและเมโสลดสิวทั้ง 3 แบบแม้จะเน้นการใส่วิตามินบางตัวที่มีปริมาณต่างกันตามผลลัพธ์ที่ต้องการก็ตามแต่ทุกแบบล้วนมีคอลลาเจนรวมอยู่ด้วยเสมอโดยเฉพาะกับการทำเมโสเพื่อหน้าใสที่จะมีโคเอมไซน์ด้วยทำให้ผิวหน้าอิ่มน้ำชุ่มชื่นรูขุมขนกระชับผิวฟูเต่งตึงเนียนใสลดความหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอที่สะสมมานานทั้งจากการนอนดึกมลภาวะรอยสิวกระฝ้าทั้งการฉีดเมโสหน้าใสยังทำให้ผิวหน้าดูเด็กลงอีกด้วยผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 เดือนและการทำก็จะเริ่มเห็นผลได้หลัง 3 วันไปแล้วซึ่งก็ถือว่าไม่นานเกินรอเมื่อเทียบกับการต้องทาครีมทุกวันกว่าจะเห็นผล

ใครที่ยังไม่เคยทำเมโสอาจจะรู้สึกหวาดกลัวได้เมื่อรู้ว่าวิธีการทำต้องใช้เข็มสะกิดผิวหนังมากขนาดนั้นหรือต้องฉีดเข้าหลายจุดแต่สำหรับใครที่เคยทำแล้วจะรู้ได้เลยว่า การทำเมโสหน้าใส ไม่ได้หน้ากลัวหรือเจ็บปวดอะไรขนาดนั้นเลยเพราะเข็มที่ใช้ก็เล็กมากยิ่งถ้าเจอกับคุณหมอเก่งๆยิ่งแทบไม่รู้สึกอะไรใครที่อยากให้ผิวหน้าของตนเองสวยใสอิ่มฟูเหมือนผิวสาวเกาหลีก็ไม่ต้องรอช้าแล้วเปิดใจลองทำดูสักครั้งรับรองติดใจแน่นอน !

ผลข้างเคียงของการฉีดหน้าใสด้วยเมโส !

  • ผิวแดงชั่วคราว การทำเมโสไม่ว่าจะเป็นการฉีดหรือวิธีการที่ทำกันมากที่สุดอย่างการสะกิดเปิดผิวก็ตาม หลังการทำแล้วจะมีผิวแดงอยู่ชั่วคราว หากเป็นการฉีดก็ประมาณ 3 – 4 ชม. แต่หากเป็นแบบสะกิดผิวอาจจะแดงประมาณ 1 – 2 วัน ฉะนั้นก่อนการฉีดเมโสหน้าใส ผลข้างเคียงเรื่องผิวแดงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรกำหนดวันเวลาไปทำให้ดีพยายามอย่าให้มีธุระต่อที่ไหนเพราะผิวหน้าคุณยังไม่พร้อมเผชิญผู้คนแน่นอน
  • แสงแดดคือสิ่งต้องห้าม การทำเมโสอาจทำให้หน้าบางลงได้โดยเฉพาะกับวิธีการสะกิดเปิดผิว ดังนั้นหลังทำเสร็จภายใน 1 – 2 วัน ไม่ควรออกแดด และหลังจากนั้นก็ควรทาครีมกันแดดเสมอพร้อมกับเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรงจะดีที่สุด
  • ผิวอักเสบ การฉีดหน้าใสอาจมีโอกาสเกิดการอักเสบของผิวหน้าได้แต่ไม่เสมอไป และต้องบอกว่าเป็นส่วนน้อย ซึ่งอาการอักเสบจะเกิดขึ้นจากใช้สารฉีดเมโสที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่ผ่านมาตฐาน อย. คุณหมอมีประสบการณ์ไม่มากพอ และการดูแลตัวเองหลังทำไม่สะอาดดีพอเท่าที่ควรจนทำให้สะสมแบคทีเรีย เชื้อโรค จนอักเสบและติดเชื้อได้ในที่สุดนั่นเอง

จะเห็นว่าการ ฉีดเมโสหน้าใส ผลข้างเคียงนั้นไม่ได้รุนแรงหรือหน้ากลัวอะไร เป็นเพียงผลลัพธ์ปกติที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว ยกเว้นแต่ข้อสุดท้ายที่จริง ๆ ก็สามารถเลี่ยงและป้องกันได้โดยการเลือกทำเมโสกับคลินิกเสริมความงามที่ตรวจสอบได้ทั้งตัวคลินิกและแพทย์ผู้ทำเมโสให้เรา ที่เหลือก็เป็นการดูแลตัวเองซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบที่เราปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้วหากอยากมีผิวหน้าสวยใส กระชับ อิ่มน้ำ