เปลี่ยนหน้าโทรม ให้กลับมาสดใสอ่อนวัยด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

อยากผิวสวยหน้าใส ไร้ปัญหาขอบตาดำเป็นหมีแพนด้า ต้องลองฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ช่วยปรับผิวให้ดูกระจ่างใส ดูอวบอิ่ม และอ่อนเยาว์ สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยใช้บริการฟิลเลอร์มาก่อนก็อาจจะมีข้อสงสัยและคำถามอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาราคาเท่าไหร่ ฟิลเลอร์ใต้ตากี่วันเห็นผล อันตรายไหม จนไปถึงคำถามที่ว่าฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี วันนี้เราจึงจะมาตอบทุกคำถามที่ทุกคนสงสัยเกี่ยวกับฟิลเลอร์ใต้ตากัน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคืออะไร?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคือการฉีดคอลลาเจน “Hyaluronic Acid” (HA) หรือที่เราเรียกกันว่าฟิลเลอร์เข้าไปในส่วนของใต้ตา เพื่อเข้าไปช่วยเติมเต็มริ้วรอยใต้ตาให้ดูตื้นขึ้น ให้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น ทำให้หน้าดูเด็กลง นอกจากนั้นแล้ว ยังจะช่วยทำให้ใบหน้ามีความสดใสและดูอ่อนวัยขึ้น เพราะเมื่อถุงใต้ตาหายไป และความคล้ำของใต้ตาได้จางลง ความกระจ่างใสและแลดูสุขภาพดีก็จะเข้ามาแทนที่ เพราะดวงตาเป็นจุดแรกของใบหน้าที่จะยุบตัวลงตามวัย จึงทำให้คุณดูไม่สดใส บริเวณใต้ตาจึงกลายเป็นจุดแรกที่หมอแนะนำให้ทำนั่นเอง

ประโยชน์ของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

นอกจากการเติมฟิลเลอร์ใต้ตาช่วยให้ใบหน้าดูเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุดแล้ว คุณยังสามารถเติมฟิลเลอร์ไปยังบริเวณอื่นๆ ของใบหน้าได้ด้วยเช่นกัน โดยแพทย์จะช่วยประเมินความเหมาะสมของคนไข้แต่ละราย เพื่อวิเคราะห์ว่าควรใช้ฟิลเลอร์ปริมาณเท่าไหร่ และบริเวณใดบ้างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั้นถือว่าสามารถทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน มีรอยแผลเป็นรอยเข็มที่เล็กมากและไม่มีอาการบวม หลังจากฉีดไปแล้วประมาณ 2-4 สัปดาห์ แพทย์จะนัดมาติดตามผล เพื่อดูว่าต้องเติมส่วนไหนอีกบ้าง จนกว่าหน้าจะเข้ารูปในแบบที่ผู้ใช้บริการต้องการ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเหมาะกับใคร?

การเสริมความงามด้วยวิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะกับคนที่มีร่องใต้ตาที่ไม่ลึกหรือกว้างมากนัก โดยจะเป็นการนำสารสังเคราะห์ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ใกล้เคียงกับสารที่มีอยู่ในร่างกายอย่างไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) นำมาใช้ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณใต้ตาที่มีเป็นร่องลึก เพื่อช่วยลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ใต้ตาดูอวบอิ่มสดใสมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นคนที่กำลังมองหาวิธีการลดปัญหารอยคล้ำรอบดวงตา ปัญหาเบ้าตาลึก พร้อมกับปรับรูปหน้าให้เข้ารูป และสามารถช่วยให้คุณอวดผิวสวยใส แลดูสดชื่นและดูเด็กลง การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่น่าสนใจและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยเติมเต็มบริเวณใต้ตาให้อิ่มฟูขึ้นแล้ว ก็ยังแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำจากพันธุกรรมและภูมิแพ้ได้อีกด้วย แถมยังเป็นวิธีที่ใช้เวลาน้อย ไม่เจ็บตัว ไม่มีรอยแผลและไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการรักษา เหมือนการทำศัลยกรรมดวงตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามี 3 ประเภท

1.แบบชั่วคราว (Temporary Filler) หลังจากทำการเติมไปแล้ว จะมีอายุการใช้ประมาณ 4-6 เดือน มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

2.แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler) มีอายุยาวกว่าแบบชั่วคราว โดยสามารถอยู่ถึง 2 ปี มีความปลอดภัยปานกลาง

3.แบบถาวร (Permanent Filler) เป็นการใช้สารเติมเต็มแบบซิลิโคนหรือพาราฟิน หลังจากฉีดไปแล้วสามารถอยู่ในผิวไปได้ตลอด ข้อเสียคือไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติและอาจมีผลข้างเคียงระยะยาว

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม?

หนึ่งในคำถามสำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยรับบริการด้านฟิลเลอร์มาก่อนก็คือเรื่องของความปลอดภัย ซึ่งถือว่าเป็นข้อคำนึงถึงหลัก ๆ ที่ผู้ใช้บริการมากมายมักจะถามทางกังนัมคลินิกอยู่เป็นประจำ ซึ่งเราขอให้ข้อมูลว่าการเติมฟิลเลอร์ใต้ตาคือวิธีการปรับสภาพผิวที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง ไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด โดยเฉพาะที่กังนัมคลินิก ที่เลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา ให้บริการด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครื่องมือทางการแพทย์ที่สะอาด ทันสมัย จึงมั่นใจได้ว่าการใช้บริการเติมฟิลเลอร์ใต้ตาราคาต่างๆ จากเรานั้นมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กี่วันเห็นผล?

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ต้องการไปแล้วจะค่อย ๆ เริ่มต้นเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที โดยส่วนมากแล้วผลลัพธ์ของฟิลเลอร์จะอยู่ได้นานหรือสั้นมักจะขึ้นกับร่างกายของแต่ละคน และบริเวณที่ฉีด หากกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวมาก ก็มักจะส่งผลให้สารสลายเร็วก่อนบริเวณอื่น ดังนั้นขอแนะนำว่าให้เลือกฉีดกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อผลลัพธ์ที่ตรงตามความต้องการและมีความปลอดภัย อย่าลืมตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์ และสารฟิลเลอร์มีคุณภาพมาตรฐานหรือไม่ จะได้มั่นใจไร้กังวลเรื่องผลข้างเคียง

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาราคาเท่าไหร่?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีราคาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ใช้ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  • Restylane lidocaine (Sweden) 
    1cc = 8,623.- (12เดือน)
  • Restylane Perlane (Sweden)
    1cc = 10,662.- (18เดือน)
  • Juvederm Ultra  (Allergan) 
    1cc = 10,662- (12เดือน)
  • Juvederm Voluma (Allergan)
    1cc = 10,662.- (18เดือน)
  • Juvederm Vobella (Allergan)
    1cc = 10,662- (12เดือน)

การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ก่อนจะเข้ารับการฉีดใต้ตานั้น ผู้ใช้บริการควรปฏิบัติตัวดังต่อไปนี้

  • ควรงดอาหารและสมุนไพรที่ออกฤทธิ์ร้อน เช่น ขิง ข่า หัวหอม กระเทียม
  • งดอาหารเสริม หรืออาหารที่มีส่วนประกอบของวิตามินอี
  • งดดื่มแอลกอฮอล์เป็นอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
  • ไม่ควรเข้ารับการขัดผิวหรือเลเซอร์ผิวหน้าก่อน 7 วัน
  • ห้ามรับประทานยากลุ่มแก้ปวด แอลไพรินต่างๆ เพราะส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด

ข้อควรปฏิบัติหลังเติมฟิลเลอร์ใต้ตา

หลังเข้ารับบริการแล้ว ผู้ใช้บริการควรหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ เพื่อความปลอดภัย และเพื่อผลลัพธ์ที่สวยงาม

  • งดดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลา 7-14 วัน
  • ไม่นวด กด หรือคลึงบริเวณที่ทำการเติมฟิลเลอร์
  • หลีกเลี่ยงการเผชิญกับความร้อนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการตากแดดนาน ๆ การเข้าห้องซาวน่า
  • ควรดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์ทำงานได้ดีขึ้น และอยู่ตัวได้นาน

อาการที่เกิดขึ้นได้ตามปกติหลังจากเติมฟิลเลอร์ใต้ตา

อาการต่อไปนี้เป็นอาการที่สามารถพบเจอได้ทั่วไปหลังจากเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ในส่วนต่างๆ ของใบหน้า ซึ่งไม่มีอันตรายและไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่ถ้าหากมีอาการดังกล่าวติดต่อกันเป็นเวลานานเกินกว่าที่ควร หรือมีอาการปวด แสบหรือคันร่วมด้วย ให้รีบกลับมาพบแพทย์โดยด่วนที่สุด

  • อาการบวม แดงหรือช้ำในบริเวณที่ฉีด จะหายไปเองภายใน 7-14 วัน
  • อาจจะมีอาการคันเล็กน้อยร่วมด้วยในบางราย แนะนำว่าให้ใช้มือลูบเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการคัน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ไหนดี?

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเติมฟิลเลอร์ใต้ตาราคาประหยัด คุ้มค่าและมีความปลอดภัย เพื่อให้ใบหน้ากลับมาสดใสอ่อนเยาว์อีกครั้ง สามารถติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ของกังนัมคลินิกได้ที่ Gangnan Clinic โทรศัพท์ 090-665-3616, 098-269-7450 Email: [email protected], Line: @gangnamclinic

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี