ว่าด้วยเรื่องหน้าผาก ฉีดฟิลเลอร์ vs ฉีดไขมัน vs เสริมเพลท อันไหนดีกว่า?

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

บทความนี้จะทำให้คนไข้ได้เข้าใจถึงความแตกต่าง และข้อดีข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ฉีดไขมัน และเสริมเพลท เนื่องจากหน้าผากคือส่วนที่ช่วยบ่งบอกบุคลิกและเสริมโหงวเฮ้ง โดยหากหน้าผากนูนตามหลักโหงวเฮ้ง อาจส่งเสริมให้ชีวิตดี รับทรัพย์ มีคนอุปถัมภ์ทำมาค้าขึ้น ในด้านความงามหน้าผากนูนสวยทำให้สาว ๆ มีความสุขกับการถ่ายรูปด้านข้างมากขึ้นด้วย คนไข้หลายคนจึงมักเลือกฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ขมับ และสันจมูกปรับปลายจมูกไปพร้อม ๆ กัน ทำให้ด้านข้างเป็น S Line สไตล์สาวเกาหลีค่ะ

โดยสัดส่วนในอุดมคติของช่วงหน้าผากนั้น จะต้องกว้างมากกว่าช่วงล่างของใบหน้า ในหลาย ๆ เคส การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจึงต้องพิจารณาจากองค์ประกอบรวมของใบหน้าร่วมด้วย เพื่อการฉีดปรับรูปหน้าให้สมดุลนั่นเอง

ฟิลเลอร์หน้าผาก คืออะไร ?

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่าการฟิลเลอร์หน้าผากนั้นคืออะไร ออนนี่จะอธิบายให้เข้าใจแบบง่ายที่สุดให้ฟัง โดยฟิลเลอร์หน้าผากคือการฉีดสารประเภท Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายผลิตเองได้อยู่แล้ว จึงปลอดภัย เข้าไปในหน้าผาก จุดประสงค์เพื่อแก้ปัญหายอดฮิตต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าผากยุบ หน้าผากบุ๋ม รวมถึงปรับลักษณะหน้าผากให้มีรูปทรงสวยขึ้น พร้อมช่วยเสริมโหงวเฮ้งให้กับรูปหน้า ทำให้หลาย ๆ คนนิยมฉีดฟิลเลอร์หน้าผากกันมากขึ้น 

ใครบ้างควรฉีดหรือเติมหน้าผาก?

  • คนไข้ที่มีปัญหาหน้าผากเป็นร่องลึกหรือยุบตัวลง ซึ่งเกิดจากเนื้อยุบตัวหรือกระดูกยุบตัว
  • คนไข้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ดูเด็กลง
  • คนไข้ที่มีปัญหาโหนกแก้มใหญ่ หลายๆเคสจะฉีดเติมเต็มหน้าผากพร้อมกับการเติมขมับ
  • คนไข้ที่ต้องการปรับโหงวเฮ้งหน้าผากรับทรัพย์ ส่งเสริมด้านการงาน ความรักและการเงิน

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก  vs ฉีดไขมันหน้าผาก vs เสริมเพลทหน้าผาก อันไหนดีกว่ากัน?

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก คือ?

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก คือ  การเติมเต็มสารไฮยาลูรอนิก Hyaluronic Acid  บริเวณหน้าผาก มักจะไม่ใช่จุดแรกที่หมอแนะนำ ในการฉีดฟิลเลอร์เพื่อปรับรูปหน้า เนื่องจากต้องใช้ปริมาณฟิลเลอร์หลาย cc เพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน เมื่อเทียบกับการเติมฟิลเลอร์ใต้ตา-ร่องแก้ม 1-2cc การเติมใต้ตา-ร่องแก้ม จะเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนมากกว่า แต่การเติมฟิลเลอร์หน้าผาก ก็มีส่วนช่วยสำคัญในการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนสวยเข้ารูปมากขึ้น เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด เพราะไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีรอยช้ำใดๆหลังการฉีดและการันตีผลลัพธ์ได้ หรือกรณีไม่พอใจในผลลัพธ์สามารถฉีดสลายได้เช่นกัน

ฉีดฟิลเลอร์ขมับปรับรูปหน้า

ฉีดไขมันหน้าผาก คือ?

การฉีดไขมันหน้าผาก คือการย้ายเซลล์ไขมันจากส่วนอื่นของร่างกายเช่น ขา สะโพก ก้น หรือหน้าท้อง มาสกัดไขมันสเตมเซลล์เพื่อฉีดหน้าผากให้ดูดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมมากในตอนนี้ 

คนไข้หลายท่านถามเข้ามาว่าควรฉีดไขมันไปเลยดีมั้ย? คุณหมอขออธิบายแบบนี้ค่ะ หน้าผากยุบตัวเกิดจากสองสาเหตุหลัก คือเนื้อยุบและกระดูกยุบตัว การฉีดไขมันจะมีประสิทธิภาพดีในเคสคนไข้ที่ไม่ได้มีปัญหากระดูกยุบตัวเท่านั้น ซึ่งส่วนมากแล้ว กระดูกเราจะเริ่มยุบตัวลงหลังอายุ 20 ปีเป็นต้นไป นั่นคือเหตุผลว่าทำไมหลาย ๆ คนฉีดไขมันแล้วไม่ถึง 6 เดือน ไขมันก็หายไปหมดแล้ว เพราะกระดูกที่จะพยุงให้ไขมันคงอยู่นั้นลดลงตามวัยนั่นเอง

ข้อดีของการฉีดหน้าผากคือ ราคาต่อซีซีจะถูกกว่าฟิลเลอร์ แต่ต้องมีเวลาพักฟื้น มีการเปิดแผลขนาดเล็ก ที่สำคัญไม่สามารถการันตีผลลัพธ์หลังการฉีดได้ว่าไขมันจะติดมากน้อยเท่าไหร่ รวมถึงอยู่ได้นานแค่ไหน อีกทั้งไม่สามารถแก้ไขด้วยการฉีดสลายได้

filler ขมับ

การเสริมเพลท คือ

การเสริมเพลท คือการเสริมหน้าผากด้วยซิลิโคนหล่อสำเร็จขนาดใหญ่ เปิดแผลกว้างตามแนวหน้าผากทำให้การพักฟื้นอาจใช้เวลายาวนานนับเดือน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ถาวร อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ปัจจุบันคุณหมอไม่แนะนำแล้ว เว้นแต่ในเคสอุบัติเหตุที่กระดูกหน้าผากยุบตัวไปมาก เพราะนอกจากจะต้องพักฟื้นยาวนานแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จะดูไม่เป็นธรรมชาติ ในบางรายอาจมีอาการอักเสบในอนาคตต้องมาผ่าตัดเอาออกอีก

 

เสริมขมับฟิลเลอร์

ดังนั้น สำหรับการเติมเต็มหน้าผาก วิธีที่ปลอดภัยไม่ต้องพักฟื้น การันตีผลลัพธ์ และเป็นที่นิยมที่สุด คือการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากนั่นเองค่ะ แล้วเราควรฉีดฟิลเลอร์หน้าผากที่ไหนดี รวมถึงควรมีวิธีการเลือกใช้บริการคลินิกอย่างไร อีกทั้งฟิลเลอร์หน้าผากราคาเท่าไรถึงจะเหมาะสม เดี๋ยวออนนี่จะมาบอกถึงเรื่องควรรู้เกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากให้เองค่ะ

ความพิเศษของการฉีดฟิลเลอร์ที่กังนัมคลินิก

  1. ปรึกษาแพทย์ตัวต่อตัว 1:1 เนื่องจากฟิลเลอร์มีหลายประเภท และชนิดของเนื้อสารที่แตกต่างกันด้วย ซึ่งจะมีการฉีดหน้าผากในระดับชั้นที่แตกต่างกันไป กังนัมคลินิกมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะดูแลคนไข้ในการทำหัตถการฟิลเลอร์ โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาชนิดของฟิลเลอร์ที่ควรใช้ในเคสคนไข้นั้น ๆ คนไข้สามารถจองมาปรึกษาแพทย์ที่คลินิกได้เลย 
  2. กังนัมคลินิกใช้ฟิลเลอร์แท้ มีมาตรฐาน FDA รับรอง ดังนั้นมั่นใจในความปลอดภัยสูงสุด และไม่มีสารตกค้าง ซึ่งฟิลเลอร์ถูกใช้ในคนไข้มานานมากกว่า 15 ปีแล้ว เมื่อผ่านเวลาที่กำหนดไว้ สารจะสลายไปอย่างสมบูรณ์ โดยไม่ตกค้างเป็นอันตรายกับเนื้อเยื่อในร่างกาย คนไข้ที่ใช้บริการกับกังนัมคลินิกสามารถขอกล่องฟิลเลอร์กลับบ้านได้ 
  3. ระบบการดูแลคนไข้หลังการฉีด กังนัมคลินิกเปิดบริการหลายสาขา ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานคร คนไข้สามารถเข้ามาติดตามอาการหลังการฉีดได้อย่างสะดวกที่สุด
  4. การันตีผลลัพธ์หลังการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแค่เพียงหนึ่งครั้ง ความพิเศษและได้มาตรฐานของฟิลเลอร์จะทำให้คนไข้มั่นใจได้เลยว่าจะได้รับความพึงพอใจ และเห็นผลทันทีหลังการฉีดครั้งแรก 
  5. ใช้เวลาดำเนินการเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก จะใช้เวลาเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น คนไข้ก็สามารถกลับบ้านและใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้นเพราะไม่มีรอยช้ำบวมใด ๆ

ข้อดีและข้อควรระวังของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

 ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

สำหรับการแก้ปัญหาหน้าผาก ไม่ว่าจะเป็นหน้าผากยุบ หน้าผากบุ๋ม รวมถึงปรับลักษณะหน้าผากให้มีรูปทรงสวยขึ้น การฉีดฟิลเลอร์ถือเป็นวิธีที่ปลอดภัย ประหยัด เจ็บตัวน้อย และได้รับความนิยมมากที่สุด อย่างไรก็ตาม การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากก็ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยกับผู้รับการรักษานั่นเองค่ะ 

ข้อควรระวังหลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก

ถึงแม้การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะเป็นหัตถกรรมเล็กที่มีความปลอดภัยสูง แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อควรระวังหลังฉีดเสร็จที่ควรคำนึงถึงเช่นกัน เช่นไม่ควรนอนคว่ำหน้าหรือนอนตะแคงภายหลังการฉีดเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้เกิดการกดทับ และฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปจะได้กลมกลืนเข้ากับเนื้อเยื่อผิว เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด ได้รูปทรงหน้าผากตามต้องการ

ฉีดฟิลเลอร์หน้าผากควรใช้กี่ซีซี?  ฉีดหน้าผากราคาเท่าไหร่?

อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนน่าจะสงสัยคือ การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากควรใช้กี่ซีซี และสนนราคาแล้วอยู่ที่เท่าไร ออนนี่จะมาไขความกระจ่าง โดยปกติแล้วสำหรับการฉัดฟิลเลอร์เพื่อแก้ปัญหาที่เล็กน้อย เช่นต้องการให้ร่องตื้นขึ้นมา หน้าผากเรียบเข้ารูป โดยไม่ได้อยากให้หน้าผากโหนกนูนมากขึ้น ปริมาณฟิลเลอร์ค่ 1-2 ซีซีก็เพียงพอแล้ว

อย่างไรก็ตาม ถ้าต้องการความโหนกนูนที่เพิ่มขึ้นเพื่อเสริมโหงวเฮ้ง ก็อาจต้องเพิ่มปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้เป็น 3-10 ซีซี แต่เพื่อความปลอดภัย การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากแต่ละครั้งไม่ควรเกิน 5 ซีซี ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะแบ่งการฉีดออกเป็น 2 ครั้งตามความเหมาะสม 

ส่วนในเรื่องราคาก็ย่อมแตกต่างกันออกไปตามปริมาณและยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ใช้ ซึ่งเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 11,000-18,000 บาทต่อซีซี

ประเภทฟิลเลอร์

  1. คนไข้เคสที่ต้องการแก้ไขร่องหน้าผาก บริเวณหน้าผากเหนือคิ้วที่ยุบตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น คนไข้ประเภทนี้มีความต้องการเพื่อให้หน้าผากเรียบ ไม่เป็นร่องลึก (หน้าผากที่มีร่องลึกทำให้เหมือนดูมีริ้วรอย) ไม่ต้องการหน้าผากโหนกนูน ดูธรรมชาติเรียบเนียน คุณหมอจะพิจารณาใช้ฟิลเลอร์ฉีดหน้าผากปริมาณ 1-2 ซีซี ซึ่งจะอยู่ได้นาน 6-12 เดือนขึ้นกับยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ฉีด
  2. เคสคนไข้ที่ต้องการปรับโหวงเฮ็งหน้าผากโหกนนูน แพทย์ของกังนัมคลินิกมีประสบการณ์การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากมาเป็นเวลานานและมีเคสคนไข้ที่ดูแลหลายเคส คุณหมอสามารถประเมินปริมาณได้อย่างแม่นยำ หลาย ๆ เคสมักฉีดร่วมกับจมูกเพื่อสร้างสโลปหน้าผากและจมูกให้รับกันด้วย สำหรับหน้าผากจะใช้ปริมาณระหว่าง 3-10 ซีซี ขึ้นกับความยุบตัวของเนื้อและกระดูกในแต่ละเคส ซึ่งแพทย์จะวางแผนการฉีดร่วมกับคนไข้เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาตรงใจที่สุด

ในการฉีดฟิลเลอร์หน้าผากจะทยอยฉีดทีละ 3-5 ซีซี เพื่อป้องกันรอยช้ำหรือบวม โดยปกติแล้วฟิลเลอร์หน้าผากไม่ควรฉีดเกิน 5 ซีซีต่อครั้ง เนื่องจากป้องกันการกดทับทำให้เกิดรอยช้ำได้ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการฉีดให้กับคนไข้เองค่ะ

 

อยากรักษารูขุมขนกว้าง ทำไงดี
ไขปัญหารูขุมขนกว้างใช้อะไรดี ให้ปลอดภัย เห็นผลไว?

ปัญหารูขุมขนกว้าง หน้ามัน และผิวไม่เรียบเนียน อาจทำให้หนุ่มสาวหลายคนต้องขาดความมั่นใจ เพราะแต่งหน้าทีไรเครื่องสำอางก็มักจะหลุดง่ายจนทำให้หน้าโป๊ะไปอีก สำหรับใครที่กำลังกังวลกับเรื่องรูขุมขนกว้าง ว่าควรทำไงดี หมดกังวลไปได้เลยค่ะ เพราะวันนี้ออนนี่จะมาแนะนำถึงวิธีที่จะช่วยกระชับรูขุมขน พร้อมทำให้ใบหน้าดูเนียนใสเป็นธรรมชาติอย่างปลอดภัย เอาล่ะคะ ไปรู้กันเลยดีกว่าว่าถ้าหากมีรูขุมขนกว้างควรใช้อะไรดีถึงจะเหมาะสม รวมถึงจะมีวิธีไหนอีกบ้างที่สามารถช่วยแก้ไขเรื่องนี้ ไปรู้กันเลย!   รวมสาเหตุ