เปลี่ยนหน้าโทรม ให้กลับมาสดใสด้วยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร?

การเติมฟิลเลอร์ใต้ตาหรือการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การฉีดคอลลาเจน “ Hyaluronic Acid : HA” หรือที่เราเรียกกันว่า ฟิลเลอร์ เข้าไปในส่วนของใต้ตา เพื่อเติมเต็มรอยใต้ตาให้ดูไม่ลึก ให้ดูมีน้ำมีนวลขึ้น ร่องลึกดูตื้นขึ้น ริ้วรอยลดลง และทำให้หน้าดูเด็กลงนั่นเอง ประโยชน์ของการฉีดใต้ตาคือจะทำให้ใบหน้ามีความสดใสและดูอ่อนวัยขึ้น เพราะดวงตาเป็นจุดแรกของใบหน้าที่จะยุบตัวลงตามวัย และเป็นจุดแรกที่หมอแนะนำให้ทำการฉีดฟิลเลอร์

ประโยชน์ของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

การฉีด Filler ใต้ตา ช่วยให้ใบหน้าดูเด็กลง อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด ทั้งนี้หากต้องการ ฉีดฟิลเลอร์ ที่ส่วนอื่นๆ ของใบหน้าก็ควรจะฉีดบริเวณใต้ตาด้วย เพื่อให้ใบหน้ามีความสมดุล โดยแพทย์จะช่วยประเมินความเหมาะสมของคนไข้แต่ละราย สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา  หลังจากปรึกษากับแพทย์แล้ว ก็สามารถหาเวลาเข้าไปฉีดได้เลย เพราะทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน รอยรูเข็มเล็กมาก และไม่มีอาการบวม  จากนั้น ประมาณ 2-4 สัปดาห์ แพทย์จะนัดมาติดตามผล เพื่อดูว่าต้องเติมส่วนไหนอีกบ้าง จนกว่าหน้าจะเข้ารูปที่เราต้องการ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะกับใคร?

การเสริมความงามด้วยวิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะกับคนที่มีร่องใต้ตาไม่ลึกหรือกว้างมากนัก โดยจะเป็นการนำสารสังเคราะห์ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้ใกล้เคียงกับสารที่มีอยู่ในร่างกายอย่างไฮยาลูรอนิก (Hyaluronic Acid) นำมาใช้ฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณใต้ตาที่มีเป็นร่องลึก เพื่อช่วยลดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ใต้ตาดูอวบอิ่มสดใสมากขึ้นกว่าเดิม

การแก้ไขด้วยการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ลดปัญหารอยคล้ำรอบดวงตา เติมเต็มตาลึกโบ๋ ปรับรูปหน้าให้ดูสดชื่น มีพลังและดูเด็กลง เหตุผลที่หลายๆคนเลือกแก้ไขรูปหน้าโดยการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เพราะนอกจากจะแก้ไขโดยเติมเต็มให้อิ่มขึ้นแล้ว การ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยังแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำจากพันธุกรรม ภูมิแพ้ ได้อีกด้วย โดยการฉีดฟิลเลอร์ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังการรักษา เหมือนการทำศัลกรรมดวงตา

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มี 3 ประเภท

1.แบบชั่วคราว (Temporary Filler) จะมีอายุการใช้ประมาณ 4-6 เดือน มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

2.แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent Filler) แบบนี้จะมีอายุยาวกว่าแบบที่ 1 สามารถอยู่ถึง 2 ปี มีความปลอดภัยปานกลาง

3.แบบถาวร (Permanent Filler) เป็นสารเติมเต็มแบบ ซิลิโคน หรือ พาราฟิน หลังจากฉีดไปแล้วสามารถอยู่ในผิวไปได้ตลอดไม่สามารถสลายได้องตามธรรมชาติ และ อาจมีผลข้างเคียงระยะยาว

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม? ฉีดอย่างไรให้เห็นผลปลอดภัย?

หลังจากฉีดฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่ต้องการแล้วจะเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่แพทย์มักจะให้รอดูผลลัพธ์สักระยะ เพราะน้ำที่บวมอยู่ก็จะหมดไป หากยังต้องการเติมตรงไหนก็สามารถทำเพิ่มได้

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กี่วันเห็นผล?

โดยส่วนมากแล้วผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์จะคงอยู่แบบชั่วคราว ซึ่งจะเพิ่มมากหรือน้อยขึ้นกับร่างกายของแต่ละคนหรือบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ หากกล้ามเนื้อเคลื่อนไหวมากสารมักสลายเร็วก่อนบริเวณอื่น ดังนั้น ขอแนะนำว่าให้เลือกฉีดฟิเลอร์กับแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น และอย่าลืมตรวจสอบก่อนว่าอุปกรณ์ และสารฟิลเลอร์มีคุณภาพมาตรฐานหรือไม่ จะได้มั่นใจไร้กังวลเรื่องผลข้างเคียง

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ราคาเท่าไหร่?

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีราคาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ฉีด โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

  • Restylane lidocaine (Sweden) 
    1cc = 8,623.- (12เดือน)
  • Restylane Perlane (Sweden)
    1cc = 10,662.- (18เดือน)
  • Juvederm Ultra  (Allergan) 
    1cc = 10,662- (12เดือน)
  • Juvederm Voluma (Allergan)
    1cc = 10,662.- (18เดือน)
  • Juvederm Vobella (Allergan)
    1cc = 10,662- (12เดือน)

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ไหนดี?

สำหรับผู้ที่สนใจอยากเติมฟิลเลอร์ใต้ตาราคาประหยัด เพื่อให้ใบหน้ากลับมาสดใสอ่อนเยาว์อีกครั้ง สามารถ ติดต่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ได้ที่ Gangnan Clinic โทรศัพท์ 090-665-3616, 098-269-7450 Email: [email protected], Line: @gangnamclinic

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี

ฉีดฟิลเลอร์ ฉีดฟิลเลอร์ pantip ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ฉีดฟิลเลอร์คาง ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม รีวิว การฉีด ฟิลเลอร์